2569/07/12

ลิ้มรส!!จัดจ้าน ครัวเสวยริมคลอง


ปรากฏการอาหารเหนือดั้งเดิมครัวเสวยริมคลอง อาหารไทยโฮมเมดสไตล์เมืองเหนือ
ครัวเสวยริมคลองร้านอาหารที่เด่นชัดเรื่องอาหารกลางและอาหารเหนือที่มีสูตรลับในการปรุงจึงมีรสชาติโดดเด่น จัดจ้าน ในแบบดั้งเดิมแท้ๆ ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ  โดยมีคุณอุมาลี  ชุ่มเชื้อ (แม่จี๊ด) เจ้าของร้านให้การต้อนรับ และควบคุมรสชาติร่วมกับเชฟระดับมืออาชีพที่มีประสบการณ์  พร้อมจะรังสรรค์ เมนูเหนือๆหาทานยาก ขึ้นชื่อว่า "ครัวเสวย" เรื่องฝีมืออาหารบอกเลยว่าไม่ธรรมดา ที่นี่เสิร์ฟอาหารเหนือรสชาติดั้งเดิมที่ปรับให้เข้ากับลิ้นคนเมืองได้อย่างลงตัว วัตถุดิบส่งตรงเพื่อความสดใหม่ เมนูที่เราได้ลองแล้วอยากบอกต่อแบบตะโกนเลยก็คือแกงแคร์ แกงฮังเลหมูนุ่ม(เมนูต้องสั่งล่วงหน้า) น้ำพริกอ่อง ไส้ตันทอด หมี่ผัดกะเฉด ลาบคั่วเหนือ ที่มีสูตรลับเป็นน้ำพริกลาบของทางเหนือโดยเฉพาะ   ใครกำลังมองหาร้านอาหารเหนือสายนั่งชิว ลมพัดเย็นสบายตลอดวัน อาหารราคาเป็นกันเองมุมถ่ายรูป ริมน้ำเรือล่องผ่านทั้งวัน ได้กลิ่นอายทานข้าวบ้านแม่ นึกถึงวันเก่าๆชิวๆ  มีโซนจัดเลี้ยงห้องแอร์ คาราโอเกะ ห้องน้ำสะดวก สะอาด สำรองจองโต๊ะ ได้ที่เบอร์  0820512015 ร้านตั้งอยู่ย่านประตูน้ำ  ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน ราชเทวี กรุงเทพฯกดดูแผ่นที่

2569/07/11

ก้าวใหญ่ของไทยภายใต้“ยุทธศาสตร์ใหม่

ก้าวใหญ่ของไทยภายใต้
“ยุทธศาสตร์ใหม่
ประเทศไทย
:ศูนย์กลางพลังงานแห่งอนาคต”
โดย“มิสเตอร์เอทานอล”
อลงกรณ์ พลบุตร
ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.

การสู้รบครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐและอิหร่านก่อให้เกิดวิกฤตการณ์พลังงานครั้งใหม่ส่งผลกระทบต่อโลกและประเทศไทยโดยตรงอีกครั้งหนึ่ง นายอลงกรณ์ พลบุตร
"มิสเตอร์เอทานอล"
ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.และอดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศคนที่หนึ่งได้นำเสนอรายงานปฏิรูปประเทศไทยเรื่อง“ยุทธศาสตร์ใหม่ประเทศไทย
:ศูนย์กลางพลังงานแห่งอนาคต” ใน Facebook ส่วนตัวนับเป็นเรื่องที่สะท้อนแนวคิดการสร้างความมั่นคงทางพลังงานบนศักยภาพของประเทศไทยเพื่อลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลจาก ต่างประเทศ และชี้นำโอกาสในวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์ในการยกระดับประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางพลังงานแห่งอนาคตในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นับเป็นรายงานที่น่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อก้าวใหม่ของประเทศไทยโดยมีเนื้อหาสาระดังต่อไปนี้

รายงานปฏิรูปประเทศไทย
“ยุทธศาสตร์ใหม่ประเทศไทย
:ศูนย์กลางพลังงานแห่งอนาคต” 

โดย: นายอลงกรณ์ พลบุตร
"มิสเตอร์เอทานอล"
ประธานสถาบันเอฟเคไอไอ.
ประธานกิตติมศักดิ์และผู้ก่อตั้งมูลนิธิพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทย 
ประธานมูลนิธิเวิลด์วิว
(Worldview Climate Foundation)
อดีตรองประธานสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศคนที่หนึ่ง

ภูมิรัฐศาสตร์โลก: จุดเปลี่ยนความมั่นคงพลังงานยุคใหม่

โลกในศตวรรษที่ 21 กำลังเผชิญหน้ากับความผันผวนครั้งใหญ่จากแรงกดดันทาง "ภูมิรัฐศาสตร์" (Geopolitics) สงครามและความขัดแย้งที่ปะทุขึ้นในหลายภูมิภาคสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นความตึงเครียดที่ยืดเยื้อในตะวันออกกลาง คาบสมุทรยุโรปตะวันออก และเส้นทางเดินเรือยุทธศาสตร์ในทะเลจีนใต้และทะเลแดง ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพและห่วงโซ่อุปทานด้านพลังงานของโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วิกฤตการณ์เหล่านี้ทำให้ราคาพลังงานฟอสซิลพุ่งสูงขึ้นและขาดความแน่นอน ซ้ำยังเผยให้เห็นความเปราะบางของประเทศที่พึ่งพาการนำเข้าพลังงานแบบดั้งเดิม
    วิกฤตโลกครั้งนี้คือสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนว่า "ความมั่นคงทางพลังงาน" (Energy Security) ในยุคใหม่ ไม่ใช่การแสวงหาแหล่งฟอสซิลเพิ่มเติม แต่คือการเร่งเปลี่ยนผ่านไปสู่ พลังงานแห่งอนาคตที่เป็นอิสระ พึ่งพาตนเองได้ และปลอดคาร์บอน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต่อผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติตามข้อตกลงด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(Climate Change)ระดับสากล เช่น มาตรการภาษีคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) ของยุโรปและสหรัฐอเมริกา
     ประเทศไทยในฐานะประเทศที่มีโครงสร้างพื้นฐานที่มั่นคงและพึ่งพาตนเองได้ในด้านวัตถุดิบ จึงต้องพลิกวิกฤตโลกนี้ให้เป็นโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic Positioning) ในการเปลี่ยนผ่านสู่การเป็น "ศูนย์กลางพลังงานแห่งอนาคต" (Future Energy Hub) ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีเสาหลักที่ขับเคลื่อนและตัวเลขดัชนีชี้วัดโอกาสดังต่อไปนี้
   1.ดัชนีชี้วัดศักยภาพและเม็ดเงินลงทุนใหม่ล่าสุดของประเทศไทย (Update 2026)
1.1ความพร้อมเชิงภูมิศาสตร์และโครงสร้างพื้นฐาน
    ประเทศไทยตั้งอยู่ใจกลางอาเซียน
 มีระบบโครงข่ายสายส่งไฟฟ้า (Power Grid) ที่ครอบคลุมมากที่สุดในภูมิภาค พร้อมทั้งมีพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันตก (WEC) ภาคอีสาน(NEEC) ภาคเหนือ(NEC) และภาคใต้ (SEC) ที่พร้อมรองรับนิคมอุตสาหกรรมพลังงานสะอาด

1.2บิ๊กโปรเจกต์ดิจิทัลสีเขียวระดับแสนล้าน
   เม็ดเงินลงทุนในอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของไทยก้าวสู่จุดสูงสุดครั้งประวัติศาสตร์ ล่าสุดในเดือนพฤษภาคม 2026 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ได้อนุมัติคำขอส่งเสริมการลงทุนโครงการยักษ์ใหญ่ของ TikTok Systems (Thailand) มูลค่าสูงถึง 26.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 8.42 แสนล้านบาท เพื่อขยายระบบโครงสร้างพื้นฐานเซิร์ฟเวอร์และ Data Infrastructure ขนาดมหึมาครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา พร้อมควบคู่ไปกับแผนลงทุนศูนย์บริการข้อมูล (Data Center Hosting) ต่อเนื่อง 5 ปี (2026–2030) อีกราว 8.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.05 แสนล้านบาท) เม็ดเงินเหล่านี้เมื่อรวมกับกลุ่ม Hyperscalers เดิมอย่าง AWS, Google และ Microsoft ทำให้ยอดสะสมทะลุกว่า 5.2 แสนล้านบาทในปีก่อน และขยับสู่ระดับล้านล้านบาทอย่างรวดเร็ว โดยเงื่อนไขสำคัญสูงสุดของทุนเทคโนโลยีโลกเหล่านี้คือ "ระบบไฟฟ้าที่ใช้ในศูนย์จัดเก็บข้อมูลต้องมาจากพลังงานสะอาด 100%" ซึ่งสร้างความต้องการไฟฟ้าสีเขียวล่วงหน้าพุ่งสูงนับพันเมกะวัตต์

1.3การเชื่อมโยงสายส่งไฟฟ้าอาเซียน (ASEAN Power Grid)
   ประเทศไทยมีระบบสายส่งเชื่อมโยงแรงดันสูงขนาด 500 กิโลโวลต์ (kV) และ 230 กิโลโวลต์ (kV) ข้ามพรมแดน ปัจจุบันมีขีดความสามารถในการส่งผ่านไฟฟ้า (Wheeling Capacity) จาก สปป.ลาว ผ่านไทย ไปยังมาเลเซียและสิงคโปร์ (โครงการ LTMS-PIP) อยู่ที่ 100 เมกะวัตต์ และกำลังขยายขีดความสามารถสู่ 300 - 500 เมกะวัตต์ ทำให้ไทยทำหน้าที่เป็นเสาหลักด้านความมั่นคงทางพลังงานไฟฟ้าของภูมิภาค

  2.ร่างแผนพัฒนาพลังงานฉบับใหม่ (ร่างแผน PDP 2026) แกนหลักสู่พลังงานสะอาด 70%
    เพื่อตอบสนองต่อวิกฤตและดีมานด์ระดับโลก กระทรวงพลังงานได้ยกระดับยุทธศาสตร์สู่ "ร่างแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2569–2593 (ร่างแผน PDP 2026)" ซึ่งปรับเป้าหมายเชิงรุกเพื่อก้าวสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม

2.1สัดส่วนพลังงานสะอาดขั้นสูงสุด (70% RE Target)
การขยับเป้าหมายการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนขึ้นสูงถึง ร้อยละ 70 ของพลังงานทั้งประเทศ ภายในปี 2050 (พ.ศ. 2593)โดยจะไม่มีการอนุมัติสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแห่งใหม่เพิ่มเติม
2.2เป้าหมายใหม่พลังงานแสงอาทิตย์และการปลดล็อกโซลาร์เสรี
   ในร่างของแผนPDP2026กำหนดเป้าหมายติดตั้งสะสมปลายแผนสูงถึง 272,087 เมกะวัตต์ พร้อมเตรียมปลดล็อกกฎหมายยกเลิกใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4) สำหรับ Solar Rooftop ภาคครัวเรือนและอุตสาหกรรมขนาดเล็ก โดยกระชับขั้นตอนการอนุมัติให้จบภายใน 7 วัน
2.3การปฏิรูปเทคโนโลยีพลังงานสะอาดขั้นสูง (SMR & BESS)
    บรรจุแผนระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ระดับ Grid-scale รวม 10,485 เมกะวัตต์ เพื่อแปลงพลังงานหมุนเวียนให้เป็นพลังงานที่เสถียรตลอด 24 ชั่วโมง (Firm Power) พร้อมนำร่องโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์แบบโมดูลขนาดเล็ก (SMR) จำนวน 2,400 เมกะวัตต์ เพื่อเป็นพลังงานฐานที่ปราศจากคาร์บอน
2.4การเปิดเสรีตลาดไฟฟ้า (Direct PPA)
   ประกาศทางเลือกในการทำ Direct PPA เปิดเสรีให้เอกชนซื้อขายไฟฟ้าสีเขียวตรงผ่านโครงข่ายสายส่ง (TPA:Third Party Access) โดยตั้งเป้าควบคุมอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยไม่ให้เกิน 4 บาทต่อหน่วย เพื่อรักษาขีดความสามารถในการแข่งขัน
 
3.ศักยภาพและการเติบโตของพลังงานหมุนเวียนกระแสหลัก
    ความได้เปรียบทางธรรมชาติของประเทศไทยไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่แสงแดดและพืชผลทางการเกษตร ทว่าการผสานเทคโนโลยีพลังงานสะอาดจาก ลม น้ำ และความร้อนใต้พิภพ เข้าด้วยกันอย่างมีระบบ จะช่วยเร่งการกระจายพอร์ตโฟลิโอพลังงานหมุนเวียนให้มีความเสถียรสูงสุด
3.1พลังงานแสงอาทิตย์ร่วมกับระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Solar Energy + BESS)
    เทคโนโลยีนี้ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานกระแสหลักที่มีความพร้อมในระดับพาณิชย์สูงสุด (TRL 9) ภายใต้แผน PDP 2026 กำหนดเป้าหมายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากโซลาร์สู่ 272,087 เมกะวัตต์ ควบคู่กับการบรรจุระบบ BESS อีกกว่า 10,485 เมกะวัตต์
3.2พลังงานลม (Wind Energy) สู่การพัฒนาทุ่งกังหันลมขนาดใหญ่และการปลดล็อกข้อจำกัด
   พลังงานลมของไทยมีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันไทยมีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลมติดตั้งสะสมมากกว่า 1,500 เมกะวัตต์ และในร่างแผนพัฒนาพลังงานฉบับใหม่ ได้มีการตั้งเป้าหมายขยายกำลังผลิตพลังงานลมเพิ่มขึ้นอีกกว่า 5,000 - 7,000 เมกะวัตต์ โดยพื้นที่ยุทธศาสตร์หลักยังคงเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ตามแนวชายฝั่งทะเลอ่าวไทย 
    การพัฒนาเทคโนโลยีใบกังหันลมยุคใหม่ที่รองรับความเร็วลมต่ำ (Low Wind Speed Technology) จะช่วยให้เม็ดเงินลงทุนใหม่ไหลเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมนี้ได้เร็วขึ้น
3.3พลังงานน้ำ (Hydro Power) มิติใหม่ของระบบไฮบริดและพลังงานหมุนเวียนข้ามพรมแดน
   ประเทศไทยใช้ประโยชน์จากพลังงานน้ำใน 2 รูปแบบหลัก รูปแบบแรกคือการพัฒนา "โซลาร์เซลล์ลอยน้ำไฮบริดในเขื่อนของ กฟผ." (Hydro-Floating Solar Hybrid) โดยมีเป้าหมายติดตั้งสะสมสูงถึง 2,725 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นโมเดลไฮบริดลอยน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก รูปแบบที่สองคือ "โรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ" (Pumped Storage Hydro Power) ทำหน้าที่เป็นแบตเตอรี่พลังงานน้ำระดับยักษ์คอยกักเก็บไฟฟ้าส่วนเกิน เสริมเข้ากับการนำเข้าพลังงานหมุนเวียนสะอาด 100% จากเขื่อนพลังน้ำในสปป.ลาว ผ่านระบบสายส่ง ASEAN Power Grid
3.4พลังงานความร้อนใต้พิภพ (Geothermal Energy)พลังงานฐานสีเขียวที่ถูกซ่อนอยู่
   แม้จะเป็นพลังงานทางเลือกที่มีสัดส่วนไม่ใหญ่นัก แต่พลังงานความร้อนใต้พิภพมีข้อดีสูงสุดคือความสามารถในการจ่ายไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่มีความผันผวน (Base Load RE)       ประเทศไทยมีโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพต้นแบบแห่งแรกที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ปัจจุบันกรมทรัพยากรธรณีและภาคเอกชนอยู่ระหว่างเร่งสำรวจและพัฒนาเทคโนโลยีการขุดเจาะชั้นหินร้อนลึก เพื่อยกระดับสู่การผลิตไฟฟ้าระดับชุมชนและการประยุกต์ใช้ความร้อนโดยตรงในภาคอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป.
(ติดตามห่วงโซ่พลังงานชีวภาพ ยานยนต์ โลจิสติกส์การบิน และการบูรณาการระบบนิเวศพลังงานแห่งอนาคตแบบเต็มรูปแบบในภาคที่ 2)

สจ.เล็ก นำทีมฟิวชั่นพรรคน้องใหม่ ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง

"สจ.เล็กเมืองนนท์" รองหัวหน้าพรรคฟิวชั่น ลงพื้นที่นำคณะกรรมการบริหารพรรคฯ มอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบาง ในเขตสายไหม 

วันเสาร์ที่ 11 ก.ค.2569 เวลา 13.00 น. นายสมคิด มากวงษ์ เจ้าของค่ายมวยดัง สจ.เล็กเมืองนนท์ และอดีตนักการเมืองอดีต สจ.เมืองนนทบุรี ปัจจุบันเป็น รองหัวหน้าพรรคฟิวชั่น พรรคการเมืองน้องใหม่ป้ายแดง เป็นพรรคการเมืองของคนรุ่นใหม่ ไฟแรง รวมใจเป็นหนึ่ง นำนโยบายใหม่ๆพัฒนาประเทศชาติและประชาชน นำทีมคณะกรรมการบริหารประกอบด้วย ดร.สรายศ พ่วงกระแสร์
ประธานที่ปรึกษาพรรคฯ,นายกฤตภัค นิมะบุตร (หนึ่ง),อ.ชาติ มหาชน,นายพัลลภ กรองกรุด ลงพื้นที่นำคณะกรรมการบริหารพรรคฯ มอบถุงยังชีพ,ผ้าอ้อมผ้าอ้อมผู้ใหญ่ และ วอคเกอร์ ช่วยเหลือผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มเปราะบาง ในเขตสายไหม กรุงเทพมหานคร โดยการต้อนรับของคณะกรรมการชุมชนต่างๆในเขตสายไหม สร้างความปราบปลื้มใจของชาวบ้านเป็นอย่างมาก ที่ไม่เคยมีพรรคการเมือง และนักการเมืองพรรคใดออกเยี่ยมเยียนชาวบ้านอย่างจริงใจใกล้ชิดอย่างนี้มาก่อน ทั้งๆที่ไม่ใช่ช่วงเวลาที่อยู่ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง โดยวันนี้ทางคณะกรรมการบริหารพรรคฟิวชั่น ได้ลงพื้นที่ต่างๆในเขตสายไหมเพื่อเยี่ยมเยียนประชาชนในหลายชุมชนได้แก่
1.ชุมชนเพิ่มสินทรัพย์ โดยมี ปธ.วิไลวรรณ นำมอบ จำนวน 5 ชุด
2.ชุมชนพูลทรัพย์ นำโดย ปธ.กัญญา นำมอบ จำนวน 6 ชุด
3.ชุมชนวัดลุ่ม นำโดย ปธ.มนู นำมอบจำนวน 5 ชุด
4.ชุมชนธาราทิพย์ นำโดยปธ.พี่ไหม จำนวน นำมอบ 14 ชุด

สืบ3ตัดวงจร!!ทำลายชาติ

         


สืบสวนนครบาล 3 “ทลายแหล่งพักยา” ยาบ้า 3,910,000 เม็ด

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร./ ผอ.ศอ.ปส.ตร. ,พล.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม ที่ปรึกษาพิเศษ ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร.,พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงการณ์ ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. ได้มอบนโยบายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทุกหน่วยในสังกัด ดำเนินการกวาดล้างปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดที่เป็นต้นเหตุการณ์แพร่กระจายไปยังประชาชน ในทุกชุมชน

กองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยพล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.,พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์,พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น จึงได้สั่งการและกำหนดแนวทางในการปฏิบัติ โดยให้ทุกหน่วยในสังกัดทำการกวาดล้างพร้อมขยายผลดำเนินการไปยังผู้ค้ารายย่อยและรายใหญ่ เพื่อดำเนินการสืบสวนจับกุม และดำเนินการยึดทรัพย์โดยเด็ดขาด


กองบังคับการตำรวจนครบาล 3 โดย พล.ต.ต.ประสงค์ อานมณี ผบก.น.3 , พ.ต.อ.สุรเดช พจนาวงษ์พานิช , พ.ต.อ.อัครพล โทยะ รอง ผบก.น.3 จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผกก.สส.บก.น.3,พ.ต.ท.ไพโรจน์ โชติวรรณ , พ.ต.ท.จำนงค์ ประสพสุขมั่งดี รอง ผกก.สส.บก.น.3 ,พ.ต.ท.สุริยา กุญแจกล,พ.ต.ท.ธเนษฐ์ สอนจันดา สว.กก.สส.บก.น.3 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 3

ได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวข้างต้นของผู้บังคับบัญชา โดยเคร่งครัดและการขยายผลจับกุมผู้ค้ารายย่อยในพื้นที่รับผิดชอบและขยายผลไปจนจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญหลายๆรายในช่วงเวลาที่ผ่านมา ครั้งนี้พบข้อมูลของเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ที่มีพฤติการณ์ลักลอบนำยาเสพติดมาจำหน่ายในพื้นที่กรุงเทพมหานครชั้นใน จึงได้ร่วมกันสืบสวนติดตามพฤติกรรมของกลุ่มผู้กระทำความผิดที่เป็นเป้าหมายดังกล่าว จนสามารถจับกุมตัวผู้กระทำความผิดไว้ได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ด้วยเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 21.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ร่วมกันจับกุมตัว

1. ผู้ต้องหา

๑.นายเกียรติศักดิ์หรือท็อป(สงวนนามสกุล)

2.นายสพลหรือพล (สงวนนามสกุล)

2. พร้อมด้วยของกลาง

1. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทเอมเฟตามีน) ประมาณ 3,910,000 เม็ด

2. โทรศัพท์มือถือ Realme รุ่น RMX3624 สีน้ำเงิน จำนวน ๑ เครื่อง (ใช้ในการติดต่อสนทนาเกี่ยวกับยาเสพติด และรับโอนเงินค่าจ้าง และค่ายาเสพติด)

3. รถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนด์เงิน คันหมายเลขทะเบียน นค 77xx ปทุมธานี ใช้สำหรับซุกซ่อน ลำเลียงยาเสพติด

4. รถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้อโตโยต้า คันหมายเลขทะเบียน ฒน 52xx กรุงเทพฯ ใช้สำหรับซุกซ่อน ลำเลียง ยาเสพติด

3. สถานที่เกิดเหตุ ลานจอดรถภายในซอยประชาร่วมใจ 7 แยก 19 แขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวากรุงเทพมหานคร

4. ข้อหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) โดยการมีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยผิดกฎหมาย อันเป็นการทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป”

5. พฤติการณ์ ก่อนทำการจับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้สืบสวนหาข่าวจนทราบว่า มีขบวนการลำเลียงยาเสพติดรายใหญ่ ใช้รถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนด์เงิน คันหมายเลขทะเบียน นค 77xx ปทุมธานี ได้ลักลอบขนยาเสพติดให้โทษประเภท ๑ (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) เป็นจำนวนมากเข้ามาจอดทิ้งไว้ในซอยประชาร่วมใจ 7 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร เพื่อรอส่งมอบต่อ ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.๓ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และได้รับคำสั่งให้วางแผนเฝ้าติดตามเพื่อจับกุมตัวเจ้าของยาเสพติดดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป โดยมีการจัดกำลังเฝ้าสังเกตการณ์อยู่บริเวณใกล้เคียงดังกล่าว

ต่อมาในวันที่ 9 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 21.00 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เฝ้า สังเกตการณ์อยู่ได้มีรถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้อโตโยต้า คันหมายเลขทะเบียน ฒน 52xx กรุงเทพฯ มีผู้ถูกจับที่ 2 เป็นคนขับ มีผู้ถูกจับที่ 1 นั่งมาที่เบาะข้างคนขับ ได้มาจอดที่หน้ารถตู้คันดังกล่าว หลังจากนั้นผู้ถูกจับทั้งสองได้เปิดประตูรถตู้แล้วช่วยกันยกถุงพลาสติกสีดำ ซึ่งบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ของกลาง ขึ้นท้ายรถยนต์กระบะตู้ทึบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.๓ จึงได้แสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ของกลางรายการที่ 1 และที่ 2 อยู่ท้ายรถยนต์กระบะตู้ทึบ ยี่ห้อโตโยต้า คันหมายเลขทะเบียน ฒน 52xx กรุงเทพฯ และพบยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ของกลางรายการที่ 3 รถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีบรอนด์เงิน คันหมายเลขทะเบียน นค 77xx ปทุมธานี จึงได้จับกุมผู้ถูกจับทั้งสองพร้อมตรวจยึดของกลางในคดีนี้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งสิทธิตามกฎหมายและแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกจับทราบ และนำตัวผู้ถูกจับทั้งสองพร้อมด้วยของกลางมาที่ กก.สส.บก.น.3 ผู้ถูกจับมีลักษณะคล้ายผู้เสพยาเสพติด จึงได้ปัสสาวะของผู้ถูกจับ ด้วยความสมัครใจของผู้ถูกจับด้วยชุดตรวจหาสารเสพติดของ ป.ป.ส. เบื้องต้นไม่พบสารเสพติดในร่างกายแต่อย่าใด และได้นำยาเสพติดของกลางมาตรวจพิสูจน์กับน้ำยามาร์คควิด ผลการตรวจเป็นเมทแอมเฟตามีนจริง ผู้ถูกจับได้ให้ข้อมูลที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนปราบปรามผู้กระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต่อเจ้าพนักงานตำรวจชุดจับกุมไว้แล้ว แต่ไม่สามารถจับกุมบุคคลดังกล่าวได้ จึงนำตัวผู้ถูกจับพร้อมด้วยของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว

 กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 3  

2569/07/09

เข้าร่วมบันทึกเทปถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา

"สโมสรโรตารีพญาไท ร่วมบันทึกเทปถวายพระพรในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระเจ้าอยู่หัว ร.10"
    เมื่อวันที่8 กรกฏาคม 2569 คณะกรรมการบริหาร สโมสรโรตารีพญาไท นำโดย นาวาอากาศโทหญิง จุฑาทิพย์  บุญยฤทธิ์ นายกสโมสรฯ
เข้าร่วมบันทึกเทปถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณ์อดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว วันที่28 กรกฏาคม 2569
    เพื่อร่วมแสดงพลังแห่งความจงรักภักดีและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย  ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
   ณ สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย สทท.(NBT) ถนนวิภาวดี กรุงเทพฯมหานคร.

ปลอดภัยบนท้องถนนสู่สังคมในวงกว้าง

🗓️ วันที่ 9 กรกฎาคม 2569 
⏰ เวลา 13.30 น. 
👮‍♂พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธวัช วงศ์สง่า รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ชัยพัชร์ ศรีประเสริฐ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 , พ.ต.อ.สุพล ค้ำชู รอง ผบก.น.2  พร้อมคณะ ร่วมพิธีเปิดโครงการ "บก.น.2 ส่งเสริมความปลอดภัย ป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างยั่งยืน" และมอบหมวกนิรภัย จำนวน 150 ใบ ให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ โดยมี เจ้าหน้าที่ที่เกียวข้อง เข้าร่วมพิธี ณ ศูนย์ควบคุมการจราจรวงเวียนบางเขน แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ

🔹โครงการดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.อนันต์ วรสาตร์ ผกก.สน.บางเขน, พ.ต.ท.สถิตย์ วงศ์กัณหา รอง ผกก.จร.สน.บางเขน, พ.ต.ท.ธีระ หล้านามวงศ์ สว.จร.สน.บางเขน โดยมีงานจราจร สน.บางเขน เป็นผู้แทนกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 ดำเนินการจัดโครงการ เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และสร้างความรู้ความเข้าใจด้านกฎหมายจราจรแก่ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยมุ่งเน้นกลุ่มเป้าหมายหลักคือผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างในพื้นที่รับผิดชอบของ บก.น.2 ภายในกิจกรรมมีการอบรมให้ความรู้ด้านกฎหมายจราจร แนวทางการขับขี่อย่างปลอดภัย ตลอดจนยกกรณีศึกษาจากเหตุการณ์จริง โดยตำรวจจราจรอินฟลูเอนเซอร์ในสังกัด บก.น.2 เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย เข้าใจได้รวดเร็ว และสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน พร้อมทั้งช่วยขยายผลการประชาสัมพันธ์ด้านความปลอดภัยบนท้องถนนสู่สังคมในวงกว้าง

➡️ พล.ต.ท.สยาม บุญสม กล่าวว่า "ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการในวันนี้ โครงการนี้สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญและตระหนักถึงปัญหาอุบัติเหตุทางถนนอย่างแท้จริง โดยได้กำหนดแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจน ทั้งการนำเทคโนโลยีและข้อมูลมาใช้ในการป้องกันอุบัติเหตุ การบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ตลอดจนการสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยให้แก่ประชาชน ซึ่งเป็นแนวทางที่น่าชื่นชมและควรได้รับการสนับสนุน อุบัติเหตุบนท้องถนนส่งผลกระทบต่อชีวิต ทรัพย์สิน และเศรษฐกิจของประเทศ การลดอุบัติเหตุจึงไม่ใช่หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นความรับผิดชอบร่วมกันของผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ผมขอฝากถึงพี่น้องผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ทุกท่าน ให้ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด สวมหมวกนิรภัยทุกครั้ง ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ไม่ขับรถโดยประมาท ไม่ฝ่าสัญญาณไฟจราจร ไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขับขี่ และไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนหรือระหว่างการขับรถ เพราะวินัยเพียงเล็กน้อยของทุกคน สามารถลดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินได้อย่างมหาศาล และ ขอขอบคุณ บริษัท ยศเจริญ ฮอนด้า กิ่งแก้ว จำกัด สาขาสะพานใหม่ และบริษัท ลาดปลาเค้ามอเตอร์ จำกัด ที่ร่วมสนับสนุนการจัดโครงการ โดยเฉพาะการสนับสนุนหมวกนิรภัยจำนวน 150 ใบ เพื่อมอบให้แก่ผู้เข้าร่วมโครงการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยบนท้องถนน ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการในวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่เข้มแข็ง ก่อให้เกิดจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย และสามารถลดอุบัติเหตุทางถนนให้เห็นผลเป็นรูปธรรมได้อย่างยั่งยืน"

🚨 ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี คณะผู้บังคับบัญชาได้ตรวจเยี่ยมศูนย์สั่งการและปฏิบัติงานจราจรวงเวียนบางเขน ของ สน.บางเขน พร้อมเยี่ยมชมพื้นที่เศรษฐกิจพอเพียงภายในศูนย์ฯ ซึ่งจัดไว้สำหรับเลี้ยงสัตว์และปลูกพืชผักเพื่อนำมาบริโภค เป็นการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์แก่ข้าราชการตำรวจ ส่งเสริมการพึ่งพาตนเอง และยกระดับคุณภาพชีวิตควบคู่กับการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชน

สมาคมช่างภาพผู้สื่อข่าวโทรทัศน์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมบันทึกเทปถวายพระพร

คณะกรรมการบริหารสมาคมช่างภาพผู้สื่อข่าวโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และที่ปรึกษา นำโดยนายศิริ สาระผล นายกสมาคมฯ
ถ่ายภาพร่วมกัน ในโอกาสที่สมาคมฯ เข้าร่วมบันทึกเทปถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว
28กรกฏาคม2569
ณ สถานีโทรทัศน์แห่งประเทศไทย สทท.(NBT) เมื่อวันพฤหัสที่ 9กรกฏาคม2569
...............

100วันคุณแม่ผ่องพรรณ

วันพฤหัสบดีที่ 9 กรกฎาคม เวลา 10:00 น
คุณอัครา อุดมศิลป์
(บุตร) พร้อมครอบครัว จัดพีธีบำเพ็ญกุศลทำบุญถวายเพลครบ 100 วัน 
เพื่ออุทิศบุญให้กับ คุณแม่ ผ่องพรรณ คงพูลเพิ่ม
ภายในงาน มีญาติสนิท มิตรสหาย อาทิ พลเอกธันวาคม ทิพยจันทร์.คุณสุรชัย วิเศษโสภา นายกสมาคมช่างภาพข่าวสื่อมวลชนฯ. คุณอรทัย ทรงพันธุ์ เลขาสมาคมช่างภาพข่าวฯ. คุณอมรมาน ศรีหาผล เจ้าหน้าที่สมาคมฯ. คุณสุวัฒนา อายูมัน ที่ปรึกษาด้านกฎหมายสมาคมฯ.ให้เกียรติ มาร่วมงานทำบุญครั้งด้วย โดยมี คุณกนกวรรณ ณ ศรีภูมิ คอยให้การต้อนรับ นอกจากพิธีทางศาสนาแล้ว คุณอัคราร่วมรับประทานอาหาร คาวหวานกับญาติสนิทมิตรสหายและผู้ที่มาร่วมทำบุญในครั้งนี้ การทำบุญ 100 วัน ถือเป็นวาระสำคัญสูงสุดในการจัดพิธีบำเพ็ญกุศลหลังจากการสูญเสีย เพื่อให้ครอบครัวได้ร่วมกันสร้าง บุญกุศลครั้งใหญ่เพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้จากไปอย่างสมเกียรติ ณ บ้านสวนศิวะ แขวงออเงิน เขตสายไหม

2569/07/08

ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญเครือข่ายโกดังสิงห์บุรี



วันที่ 8 ก.ค. 69 เวลา 09.30  น.

พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผบช.ภ.1
พร้อมนายวราดิศร  อ่อนนุช 
ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี 
พล.ต.ต.พรพิทักษ์ รู้ยืนยง รอง ผบช.ภ.1
 พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล รอง ผบช.ภ.1
พล.ต.ต.อภิรักษ์ เวชกาญจนา รอง ผบช.ภ.1
พล.ต.ต.สถาพร เอมโอษฐ์ รอง จตร.ช่วยราชการ รอง ผบช.ภ.1
พล.ต.ต.ธรรมนูญ เชาวะวนิชย์ ผบก.ภ.จว.สระบุรี
พล.ต.ต.ชัยรพ จุณณวัตต์ 
ผบก.ภ.จว.สิงห์บุรี
พล.ต.ต.วรขาติ แสนคำ ผบก.สส.ภ.1

ปปส.ภ.1, กรมการปกครอง, ทหาร 
และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
#ร่วมแถลงข่าวผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญเครือข่ายโกดังสิงห์บุรี 
จับกุม ผู้ต้องหา 2 ราย คือ 
1.  นายอภิเชษฐ์หรือชา อายุ 44 ปี 
2.  นายวัชรพงศ์หรือวัช อายุ 40 ปี
และ ผู้ต้องหาหลบหนีอีกจำนวน 1 ราย คือ 
- นายสุรศักดิ์ อายุ 22 ปี

พร้อมของกลาง คือ
1. ยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้าหรือเมทแอมเฟตามีน) ประมาณ 8,000,000 เม็ด
2. โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ใช้ในการติดต่อเรื่องยาเสพติด จำนวน 2 เครื่อง
ในการจับกุมในครั้งนี้ เป็นการยับยั้งการแพร่กระจายของยาเสพติดไปสู่ประชาชนได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งยาเสพติดของกลางหากถูกนำออกขายสู่ท้องตลาดจะมีมูลค่ากว่า 240,000,000 บาท
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจะได้ขยายผลถึงกลุ่มลูกค้า ผู้สั่งการ และบุคคลในเครือข่ายยาเสพติด รวมถึงทรัพย์สินที่ เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด โดยจะนำมาตรการสมคบ สนับสนุนช่วยเหลือ ฟอกเงิน และยึดทรัพย์สิน มาใช้ดำเนินการกับบุคคลในเครือข่ายยาเสพติดต่อไป
******************************************

ลิ้มรส!!จัดจ้าน ครัวเสวยริมคลอง

ปรากฏการอาหารเหนือดั้งเดิมครัวเสวยริมคลอง อาหารไทยโฮมเมดสไตล์เมืองเหนือ ครัวเสวยริมคลองร้านอาหารที่เด่นชัดเรื่องอาหา...